ส่วนประกอบของการทำงานของคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
1. การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
1. เสียบปลั๊กไฟทุกเส้นที่ต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์
2. กดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่อง จะมีไฟติดที่เครื่องและแป้นพิมพ์
3. เปิดสวิตช์จอภาพ จะมีตัวอักษรขึ้นบนจอภาพ และเริ่มเข้าสู่โปรแกรม
4. ใช้เมาส์คลิกที่ปุ่ม Start จะปรากฏกลุ่มงานให้เลือกใช้
5. ใช้เมาส์คลิกที่โปรแกรม (Programs) จะปรากฏแถบรายชื่อโปรแกรมต่าง ๆ ให้เลือก
6. คลิกชื่อโปรแกรมที่ต้องการใช้งาน โปรแกรมงานก็จะถูกเปิดขึ้นทันที
1. เสียบปลั๊กไฟทุกเส้นที่ต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์
2. กดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่อง จะมีไฟติดที่เครื่องและแป้นพิมพ์
3. เปิดสวิตช์จอภาพ จะมีตัวอักษรขึ้นบนจอภาพ และเริ่มเข้าสู่โปรแกรม
4. ใช้เมาส์คลิกที่ปุ่ม Start จะปรากฏกลุ่มงานให้เลือกใช้
5. ใช้เมาส์คลิกที่โปรแกรม (Programs) จะปรากฏแถบรายชื่อโปรแกรมต่าง ๆ ให้เลือก
6. คลิกชื่อโปรแกรมที่ต้องการใช้งาน โปรแกรมงานก็จะถูกเปิดขึ้นทันที
2. การปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
1. คลิกที่ปุ่มปิดโปรแกรม (Close) X
2. คลิกที่ปุ่ม Start
3. เลือก Shut down
4. เลือกตัวเลือกที่ต้องการ
5. เลือกปุ่ม OK แล้วเครื่องจะถูกปิดลง
1. คลิกที่ปุ่มปิดโปรแกรม (Close) X
2. คลิกที่ปุ่ม Start
3. เลือก Shut down
4. เลือกตัวเลือกที่ต้องการ
5. เลือกปุ่ม OK แล้วเครื่องจะถูกปิดลง
3. การใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word)
โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word) เป็นโปรแกรมที่นิยมใช้ในการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ เช่น จดหมาย รายงาน ซึ่งมีคุณสมบัติในการสร้าง ตกแต่งสีและจัดรูปแบบเอกสารให้สวยงาม และสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word) เป็นโปรแกรมที่นิยมใช้ในการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ เช่น จดหมาย รายงาน ซึ่งมีคุณสมบัติในการสร้าง ตกแต่งสีและจัดรูปแบบเอกสารให้สวยงาม และสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
การเรียกใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด มีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
1. คลิกปุ่ม Start ไปที่ Programs
2. คลิกเมาส์เพื่อเลือก Microsoft Word จะปรากฏหน้าต่างของ Microsoft Word
1. คลิกปุ่ม Start ไปที่ Programs
2. คลิกเมาส์เพื่อเลือก Microsoft Word จะปรากฏหน้าต่างของ Microsoft Word
การใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด เพื่อพิมพ์เอกสาร สามารถปฏิบัติดังนี้
1. เลือกแบบตัวอักษร และขนาดตัวอักษรที่ต้องการ
2. พิมพ์ข้อความตามต้องการ
3. การแก้ไขข้อความ
ถ้าต้องการแก้ไขข้อความก็สามารถทำได้ ดังนี้
- เลื่อนเมาส์มาในหน้าเอกสาร เคอร์เซอร์ (Cursor) จะเปลี่ยนเป็น I (I-beam)
- นำเคอร์เซอร์ไปคลิกตรงข้อความที่ต้องการแก้ไข และทำการแก้ไข ดังนี้
การแทรกข้อความ มีขั้นตอนดังนี้
1) ใช้เมาส์คลิกตำแหน่งที่ต้องการแทรก
2) พิมพ์ข้อความที่ต้องการแทรกลงไป
การลบตัวอักษรและข้อความ มีขั้นตอนดังนี้
1) ลบตัวอักษรทีละตัว ทำได้โดยคลิกให้เครื่องหมายเคอร์เซอร์อยู่หลังอักษร แล้วกดปุ่ม Backspace
2) ลบข้อความยาว ๆ ให้คลิกเมาส์ด้านซ้ายค้างไว้ แล้วลากไปที่ข้อความที่ต้องการลบให้เป็นแถบสีดำ แล้วกดปุ่ม Enter หรือ Delete
1. เลือกแบบตัวอักษร และขนาดตัวอักษรที่ต้องการ
2. พิมพ์ข้อความตามต้องการ
3. การแก้ไขข้อความ
ถ้าต้องการแก้ไขข้อความก็สามารถทำได้ ดังนี้
- เลื่อนเมาส์มาในหน้าเอกสาร เคอร์เซอร์ (Cursor) จะเปลี่ยนเป็น I (I-beam)
- นำเคอร์เซอร์ไปคลิกตรงข้อความที่ต้องการแก้ไข และทำการแก้ไข ดังนี้
การแทรกข้อความ มีขั้นตอนดังนี้
1) ใช้เมาส์คลิกตำแหน่งที่ต้องการแทรก
2) พิมพ์ข้อความที่ต้องการแทรกลงไป
การลบตัวอักษรและข้อความ มีขั้นตอนดังนี้
1) ลบตัวอักษรทีละตัว ทำได้โดยคลิกให้เครื่องหมายเคอร์เซอร์อยู่หลังอักษร แล้วกดปุ่ม Backspace
2) ลบข้อความยาว ๆ ให้คลิกเมาส์ด้านซ้ายค้างไว้ แล้วลากไปที่ข้อความที่ต้องการลบให้เป็นแถบสีดำ แล้วกดปุ่ม Enter หรือ Delete
4. การพิมพ์เอกสารในกระดาษ มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้
1) คลิกที่เมนู File เลือกคำสั่งพิมพ์ จะปรากฏหน้าต่างการพิมพ์ขึ้น
2) กำหนดเครื่องพิมพ์ที่ใช้
3) เลือกส่วนของระยะหน้า เช่น
- พิมพ์ทั้งหมด เครื่องจะพิมพ์ทุกหน้าที่อยู่ในแฟ้ม
- หน้าปัจจุบัน เครื่องจะพิมพ์หน้าที่มีเครื่องหมายเคอร์เซอร์อยู่
- หน้า ให้ระบุหน้าที่จะพิมพ์ เช่น 1-5, 8-10
4) เลือกจำนวนชุด ตอบเป็นชุด แล้วคลิกปุ่มตกลง
1) คลิกที่เมนู File เลือกคำสั่งพิมพ์ จะปรากฏหน้าต่างการพิมพ์ขึ้น
2) กำหนดเครื่องพิมพ์ที่ใช้
3) เลือกส่วนของระยะหน้า เช่น
- พิมพ์ทั้งหมด เครื่องจะพิมพ์ทุกหน้าที่อยู่ในแฟ้ม
- หน้าปัจจุบัน เครื่องจะพิมพ์หน้าที่มีเครื่องหมายเคอร์เซอร์อยู่
- หน้า ให้ระบุหน้าที่จะพิมพ์ เช่น 1-5, 8-10
4) เลือกจำนวนชุด ตอบเป็นชุด แล้วคลิกปุ่มตกลง
5. การจัดเก็บเอกสาร มีขั้นตอนดังนี้
1) เลือกเมนู File แล้วคลิกที่ Save หรือ Save As จะปรากฏหน้าต่าง Save As ขึ้น
2) เลือกที่สำหรับจัดเก็บ
3) ตั้งชื่อไฟล์
4) คลิก Save
1) เลือกเมนู File แล้วคลิกที่ Save หรือ Save As จะปรากฏหน้าต่าง Save As ขึ้น
2) เลือกที่สำหรับจัดเก็บ
3) ตั้งชื่อไฟล์
4) คลิก Save
6. การปิดเอกสารและออกจากโปรแกรม
1) ถ้าปิดเอกสาร ถ้าต้องการปิดเอกสารให้กดปุ่ม X ที่อยู่มุมขวาของเอกสารนั้น
ถ้าเอกสารนั้นยังไม่ได้ Save จะมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าต้องการ Save หรือไม่ ถ้าต้องการให้คลิกที่ใช่ (Yes) ถ้าไม่ต้องการให้คลิกที่ไม่ใช้ (No) แต่ถ้าต้องการยกเลิกการปิดเอกสารให้คลิกที่ยกเลิก (Cancel)
2) การออกจากโปรแกรม มีขั้นตอนดังนี้
(1) คลิกที่เมนู File
(2) เลือกที่ Exit หรือคลิกที่ปุ่ม X ที่มุมขวาของโปรแกรม
1) ถ้าปิดเอกสาร ถ้าต้องการปิดเอกสารให้กดปุ่ม X ที่อยู่มุมขวาของเอกสารนั้น
ถ้าเอกสารนั้นยังไม่ได้ Save จะมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าต้องการ Save หรือไม่ ถ้าต้องการให้คลิกที่ใช่ (Yes) ถ้าไม่ต้องการให้คลิกที่ไม่ใช้ (No) แต่ถ้าต้องการยกเลิกการปิดเอกสารให้คลิกที่ยกเลิก (Cancel)
2) การออกจากโปรแกรม มีขั้นตอนดังนี้
(1) คลิกที่เมนู File
(2) เลือกที่ Exit หรือคลิกที่ปุ่ม X ที่มุมขวาของโปรแกรม
| องค์ประกอบของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ แบ่งตามหน้าที่การทำงานได้เป็น 4 กลุ่ม คือ หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลข้อมูล หน่วยความจำ และหน่วยแสดงผลข้อมูล 1. หน่วยรับข้อมูล ได้แก่ - เมาส์ (Mouse) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการสั่งโปรแกรมให้ทำงานได้ตามต้องการ โดยทั่วไปจะเป็นตัวที่ใช้ควบคุมลูกศรให้เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งต่างๆ บนจอภาพ เหมาะสำหรับใช้งานเมื่อต้องเลือก หรือเลื่อนวัตถุต่างๆ บนจอ
ที่มา : http://www.siamget.com/buyerguide/286
- แป้นพิมพ์ (Keyboard) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลโดยการกดปุ่มที่แป้นพิมพ์
ที่มา : http://undocomputer.blogspot.com/2012/07/keyboard.html
2. หน่วยประมวลผลข้อมูล ได้แก่ - CPU (Central Processing Unit) ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูล ประกอบด้วยหน่วยคำนวณและตรรกะ และหน่วยควบคุม อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการแระมวลผล เรียกว่า ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) มีลักษณะเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์
ที่มา : http://nutcomputer.blogspot.com/2011/05/cpu_22.html
หน่วยความจำจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ หน่วยความจำหลัก และหน่วยความจำสำรอง >หน่วยความจำหลัก จะแบ่งตามลักษณะการเก็บข้อมูลได้ ดังนี้ - หน่วยความจำแบบลบเลือนได้ คือ ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ ข้อมูลที่ถูกเห็บไว้จะหายหมด เรียกหน่วยความจำนี้ว่าแรม (Random Access Memory: RAM)
ที่มา : http://www.yupadeepai.com/unit034.php
ที่มา : http://www.yupadeepai.com/unit034.php
- ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) เป็นอุปกรณ์ประเภทจานแม่หล็ก จะแบ่งเป็นวงรอบ เรียกว่า แทรค ซึ่งจะเก็บข้อมูลเป็นวงรอบหลายๆวง ถือได้ว่าฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์หลักในการเก็บรักษาข้อมูลของคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถจุข้อมูลได้มากและสามาระบันทึกข้อมูลทับได้หลายครั้ง
ที่มา : http://tipsyourcom.blogspot.com/2009_05_01_archive.html
ที่มา : http://www.speedcomputer.co.th/
4. หน่วยแสดงผลข้อมูล ได้แก่ - จอภาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ในรูปของข้อความ และรูปภาพ จะแสดงผลในขณะท่คอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ ซึ่งผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์จะค้นเคยมากที่สุด จะมี 2 ประเภท คือ 1. จอภาพแบบนูนหรือจอซีอาร์ที (CRT) มีลักษณะเหมือนจอโทรทัศน์ 2. จอภาพแบบแบนกรือจอแอลซีดี (LCD) มีลักษณะบางและแบนกว่าจอแบบนูน มีรูปทรงสวยงามและทันสมัย
ที่มา : http://www.9engineer.com
- ลำโพง (Speaker) ทำหน้าที่แสดงผลในรูปแบบของข้อมูลเสียง
ที่มา : http://www.comseven.com
- เครื่องพิมพ์ (Printer) ทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลในรูปของสิ่งพิมพ์ เครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้ปัจจุบันมี 4 ประเภท ได้แก่ 1. เครื่องดอตเมทริกซ์ (Dot Matrix) เป็นเครื่องพิมพ์ประเภทแรกที่นำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ มีขนาดใหญ่ เกิดเสียงดังขณะใช้งาน เครื่องพิมพ์มีลักษณะเป็นหัวเข็ม (pin) เมื่อต้องการพิมพ์สิ่งใดลงบนกระดาษ หัวเข็มที่อยู่ในตำแหน่งที่ประกอบกันเป็น ข้อมูลดังกล่าวจะยื่นลำหน้าหัวเข็มอื่น เพื่อไปกระแทกผ่านผ้าหมึกลงบนกระดาษ ก็จะทำให้เกิดจุดความคมชัดของข้อมูลบนกระดาษขึ้นอยู่กับจำนวนจุดถ้าจำนวนจุดยิ่งมากข้อมูลที่พิมพ์ลงบนกระดาษก็ยิ่งคมชัดมากขึ้น เครื่องพิมพ์ดอตเมตริกซ์ เหมาะสำหรับงานที่พิมพ์แบบฟอร์มที่ต้องการซ้อนแผ่นก๊อปปี้หลาย ๆ ชั้น เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ใช้กระดาษต่อเนื่องในการพิมพ์ เครื่องพิมพ์ชนิดนี้จะยัง คงมีใช้อยู่ตามองค์กรราชการ 2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Ink-Jet Printer) เครื่องพิมพ์พ่นหมึก สามารถพิมพ์ตัวอักษรที่มีรูปแบบ และขนาดที่แตกต่างกันมากๆ รวมไปถึง พิมพ์งานกราฟิกที่ให้ผลลัพธ์ คมชัดกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์เทคโนโลยีที่เครื่องพิมพ์พ่นเป็น การพ่นหมึกหยดเล็กๆ ไปที่กระดาษ หยดหมึกจะมีขนาดเล็กมาก แต่ละจุดจะอยู่ในตำแหน่งที่เมื่อประกอบกันแล้วจะเป็นตัวอักษร หรือรูปภาพตามความต้องการการพิมพ์แบบนี้จะพิมพ์แบบซ้อนแผ่นก๊อปปี้ไม่ได้ แต่มีความสามารถพิมพ์ได้รวดเร็วและเสียงไม่ดัง 3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer) เครื่องพิมพ์ชนิดนี้อาศัยเทคโนโลยีไฟฟ้าสถิตเบบเดียวกันกับเครื่อง ถ่ายเอกสารทั่วไปโดยลำแสงจากไดโอดเลเซอร์จะฉายไปยังกระจกหมุน เพื่อสะท้อนไปยังลูกกลิ้งไวแสง ซึ่งจะปรับตามสัญญาณภาพหรือตัวอักษรที่ได้รับจากคอมพิวเตอร์ และกวาดตามแนวยาวของลูกกลิ้งอย่างรวดเร็ว สารเคลือบที่อยู่บนลูกกลิ้งจะ ไปทำปฎิกิริยากับแสงแล้วเปลี่ยนเป็นประจุไฟฟ้าสถิตซึ่งทำให้ผงหมึกเกาะติดกับพื้นที่ที่มีประจุเมื่อกระดาษพิมพ์หมุนผ่านลูกกลิ้ง ความร้อนจะทำให้ผงหมึกหลอมละลาย ติดกับกระดาษได้ภาพหรือตัวอักษร การพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์เสียงจะไม่ดัง 4. พล็อตเตอร์ (plotter) พล็อตเตอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ชนิดที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ลงบนกระดาษที่ทำมาเฉพาะงานเหมาะสำหรับงานเกี่ยวกับการเขียนแบบทางวิศวกรรม และงานตกแต่งภายใน ใช้สำหรับวิศวกรรมและสถาปนิก พล็อตเตอร์ทำงานโดยใช้วิธีเลื่อนกระดาษ เครื่องพิมพ์ดอตเมตริกซ์ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ พล็อตเตอร์
|
- เครื่องพลอตเตอร์ (Plotter)
4.หน่วยความจำ (Memory Unit)
หน่วยความจำ (Memory Unit) ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูล เพื่อเตรียมส่งออกหน่วยประมวลผลกลางทำการประมวลผล และรับผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล และเตรียมส่งออกหน่วยแสดงผลข้อมูลต่อไป ซึ่งหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้
4.1) หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจดจำข้อมูล และโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ บางครั้งอาจเรียกว่า หน่วยเก็บข้อมูลหลัก (Primary storage) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
4.1.1) หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว (Read Only Memory - ROM) เป็นหน่วยความจำแบบสารกึ่งตัวนำชั่วคราวชนิดอ่านได้อย่างเดียว ใช้เป็นสื่อบันทึกในคอมพิวเตอร์ เพราะไม่สามารถบันทึกซ้ำได้ (อย่างง่ายๆ) เป็นความจำที่ซอฟต์แวร์หรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อมที่จะนำมาต่อกับไมโครโพรเซสเซอร์ได้โดยตรง หน่วยความจำประเภทนี้แม้ไม่มีไฟเลี้ยงต่ออยู่ ข้อมูลก็จะไม่หายไปจากน่วยความจำ (nonvolatile)
โดยทั่วไปจะใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ต้องมีการแก้ไขอีกแล้วเช่น เก็บโปรแกรมไบออส (Basic Input output System : BIOS) หรือเฟิร์มแวร์ ที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ใช้เก็บโปรแกรมการทำงานสำหรับเครื่องคิดเลขใช้เก็บโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานเฉพาะด้าน เช่น ในรถยนต์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมวงจร ควบคุมในเครื่องซักผ้า เป็นต้น
4.1.2) หน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้ (Random Access Memory - RAM) เป็นหน่วยความจำหลัก ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน หน่วยความจำชนิดนี้ อนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเทป หรือดิสก์ ที่มีข้อจำกัดในการอ่านและเขียนข้อมูล ที่ต้องทำตามลำดับก่อนหลังตามที่จัดเก็บไว้ในสื่อ หรือมีข้อกำจัดแบบรอม ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลในแรม อาจเป็นโปรแกรมที่กำลังทำงาน หรือข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ข้อมูลในแรมจะหายไปทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง เนื่องจากหน่วยความจำชนิดนี้ จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเท่านั้น
ข้อมูลในแรม อาจเป็นโปรแกรมที่กำลังทำงาน หรือข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ข้อมูลในแรมจะหายไปทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง เนื่องจากหน่วยความจำชนิดนี้ จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเท่านั้น
4.2) หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage Unit)
สามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 4 ประเภท ดังนี้
4.2.1) แบบจานแม่เหล็ก เป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลที่เป็นลักษณะของจานแม่เหล็กสำหรับบันทึกข้อมูลไว้ภายใน Disk ได้รับความนิยมและใช้งานมานานพอสมควรซึ่งเป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่ใช้หลักๆ เลยในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์
4.2.2) แบบแสง เป็นสื่อเก็บข้อมูลสำรองที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยใช้หลักการทำงานของแสง การจัดการข้อมูลจะคล้ายกับแผ่นจานแม่เหล็ก ต่างกันที่การแบ่งจะเป็นรูปก้นหอย และเริ่มเก็บบันทึกข้อมูลจากส่วนด้านในออกมาด้านนอก ที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันดี เช่น CD , DVD
4.2.3) แบบเทป เป็นสื่อเก็บข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากและเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลำดับต่อเนื่องกันไป มีการผลิตขึ้นมาหลากหลายขนาดแตกต่างกันไป เช่น DAT และ QIC เป็นต้นปัจจุบันไม่ค่อยถือเป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
4.2.4) แบบอื่นๆ เป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบัน มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น Flash Drive, Thumb Drive , Handy Drive เป็นต้น อีกชนิดคือ Memory Card เพื่อใช้เก็บข้อมูลในกล้องดิจิตอลแบบพกพา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น